10 ความแตกต่าง คนมั่งคั่ง vs ชนชั้นกลาง

ในเนื้อหานี้คำว่าความแตกต่างกันระหว่างคนร่ำรวย ชนชั้นกลาง แล้วก็ คนยากจน มิได้วัดกันที่จำนวนเงิน แต่ว่าวัดกันที่แนวความคิดหรือทัศนคติ ผู้ที่มีทัศนคติแบบคนร่ำรวย หากแม้ปัจจุบันนี้จะยังมีเงินไม่มากมาย หรือบางทีอาจเคยมีเงินมากมายแล้วจำต้องสูญเสียมันไป ก็จะกลับมาสร้างใหม่ได้

ในทางตรงกันข้ามผู้ที่มีทัศนคติจนถึง หากแม้มีโชค ได้โอกาสได้รับเงินเยอะมาก แต่ว่าก็ไม่อาจจะรักษาเงินไว้ได้ ก็เลยไม่มีความสำคัญว่าในเวลานี้พวกเรามีเงินมากแค่ไหน เนื่องจากว่าถ้าหากพวกเราสร้างทัศนคติแบบคนร่ำรวยเอาไว้ วันหนึ่งเงินจะวิ่งเข้าพวกเราอย่างแน่แท้

เนื้อหานี้แอดไม่นเอามาจากข้อเขียนของ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนหุ้นค่า ที่จัดเป็นปรามาจารย์ VI ของประเทศไทย ที่เขียนถึงการวิเคราะห์รากของปัญหาในเชิงลักษณะของทัศนคติความนึกคิด ซึ่งได้สรุปมาจากหนังสือของ Keith Cameron Smith แม้ว่าจะเขียนไว้นานแล้ว แม้กระนั้นรายละเอียดยังคงใช้ได้ในทุกช่วง

ลองเช็คมองกันว่า พวกเรามีแนวคิดของคนมั่งมีหรือชนชั้นกลางมากยิ่งกว่ากัน รวมทั้งจำเป็นที่จะต้องทำเช่นไรเพื่อจะได้ย้ายจากการมีลักษณะท่าทางที่จะเป็นคนยากจนหรือคนชั้นกึ่งกลางสู่การเป็นคนร่ำรวย ไปดูกันเลย

1. คนรวยนั้นคิดยาวแม้กระนั้นคนชั้นกึ่งกลางคิดทำร้ายตัวเอง ผู้ที่คิดทำร้ายตัวเองที่สุดก็คือคนยากจน
คนยากจนชอบคิดอะไรแบบวันต่อวันทำนองหาเช้ากินค่ำ คนชั้นกึ่งกลางนั้นชอบคิดเป็นเดือนต่อเดือน โน่นเป็นนึกถึงวันจ่ายเงินเดือน แต่ว่าคนมั่งคั่งจำเป็นที่จะต้องคิดยาวเป็นปีๆหรือมากมายปี

ในใจของคนยากจนนั้น เขามักคิดแต่ว่าเฉพาะเรื่องของความมีชีวิตรอดเป็นหลัก ในระหว่างที่คนชั้นกึ่งกลางนึกถึงเรื่องความผาสุขจากการใช้จ่ายผลิตภัณฑ์ ส่วนคนมั่งมีนั้น วัตถุประสงค์ของพวกเขาแจ้งชัด เขาอยากอิสรภาพทางด้านการเงิน

การคิดยาวนั้นมีพลังมากมาย ด้วยเหตุว่ามันจะมีผลให้เขามัธยัสถ์รวมทั้งลงทุนระยะยาวซึ่งจะมีผลให้เงินงอกงามแบบทบต้นเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน แล้วก็นี่เป็นสูตรสำคัญที่สุดสำหรับเพื่อการที่จะทำให้คนร่ำรวย

แอดไม่นขอเสริมเติมให้ในข้อนี้ ว่าถ้าหากพวกเรายังอยู่ในสภาวะเดือนชนเดือน หาเช้ากินค่ำ การจะออกมาจากสถานะนี้ได้ เป็นจะต้องวางแผนเงิน เพื่อทราบสถานะด้านการเงินของตน อย่างต่ำให้ทราบว่าพวกเรามีรายได้เท่าไร รายการจ่ายมากแค่ไหน หนี้เท่าใด จุดหมายชีวิตเป็นอย่างไร พวกเราจำเป็นต้องเพิ่มหรือลดตรงไหนบ้าง เพียงแต่นี้ก็เสมือนได้ดูยาวขึ้นไปอีกนิด รวมทั้งเมื่อจุดโฟกัสจุดมุ่งหมาย ก็จะเริ่มมองเห็นวิถีทางเองจ้ะ

ดาวน์โหลด​แอปฯ​ ตัวช่วยสำหรับเพื่อการคิดแผน​การคลัง “ฟรี” ถึงที่กะไว้นี่
ios
android

2. คนมั่งคั่งกล่าวเกี่ยวกับเรื่องไอเดีย คนชั้นกึ่งกลางกล่าวเกี่ยวกับข้าวของ รวมทั้งคนยากจนกล่าวถึงเรื่องของบุคคลอื่น
นี่คงจะมิได้หมายความว่าว่าคนมั่งคั่งไม่บอกเกี่ยวกับเรื่องของข้าวของหรือคนอื่นๆ แม้กระนั้นซึ่งก็คือว่าคนมั่งคั่งจะเอ่ยถึงเรื่องของคนอื่นๆน้อยกว่าคนยากจนและก็ชอบเป็นผู้ที่มีแนวคิดดีๆหรือมีมุมมองต่างๆมากยิ่งกว่าคนชั้นกึ่งกลางและก็คนยากจน

เบื้องหน้าเบื้องหลังของนิสัยในประเด็นนี้ดำรงอยู่ที่ว่า คนร่ำรวยนั้นชอบมีความคิดประดิษฐ์มากยิ่งกว่าคนยากจนซึ่งชอบถูกใจ “ซุบซิบนินทา” เป็นบ่อย ในตอนที่คนชั้นกึ่งกลางบางทีอาจจะย้ำการทำงานประจำ ถูกใจเอ่ยถึงเรื่องรถยนต์ ดนตรี การผ่อนคลาย ฯลฯ

3. คนมั่งมีเห็นด้วยความเคลื่อนไหว คนชั้นกึ่งกลางต้านทานความเคลื่อนไหว
คนชั้นกึ่งกลางมีความคิดว่าความเคลื่อนไหวจะรุกรามการดำรงชีวิตที่ตัวเองคุ้นชิน ในเวลาที่คนมั่งมีนั้นมีความคิดว่าความเคลื่อนไหวบางทีอาจทำให้เกิดชีวิตที่ดีมากกว่า เขามีความรู้สึกว่าสำหรับการเปลี่ยนนั้นมักได้โอกาสที่เขาบางทีอาจจะกอบโกยได้ เบื้องหน้าเบื้องหลังนิสัยนี้บางครั้งก็อาจจะมาจากการที่คนมั่งมีมีความเชื่อมั่นสูงขึ้นมากยิ่งกว่าคนชั้นกึ่งกลางที่ชอบกลัวว่าตัวเองจะไม่สามารถที่จะปรับพฤติกรรมให้กับของใหม่ๆได้

4. คนมั่งมีกล้ารับการเสี่ยงที่ได้มีการพินิจและก็พินิจพิเคราะห์ก็ดี คนชั้นกึ่งกลางกลัวที่จะรับการเสี่ยง
นี่เป็นนิสัยที่เป็นข้อด้อยเยอะที่สุดของคนชั้นกึ่งกลางในข้อคิดเห็นของผม ผู้ที่ไม่รับการเสี่ยงเลยนั้นจะพลาดที่กำลังจะได้ผลตอบแทนที่ดีอย่างสิ้นเชิง ในช่วงเวลาที่ผู้ที่กล้ารับการเสี่ยงอย่างที่ได้มีการเล่าเรียนมาอย่างดีเยี่ยมจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้โดยที่การเสี่ยงจริงๆนั้นจะมีน้อยมาก

แบบอย่างที่เห็นกระจ่างเจนที่สุด ก็คือ คนชั้นกึ่งกลางส่วนมากนั้นชอบกลัวการลงทุนในหุ้นหรือตราสารการคลังที่มีความปั่นป่วนของราคาโดยที่เขาไม่มานะวิจัยว่าในระยะยาวแล้วมันอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีความคุ้มราคากว่าการฝากเงินในแบงค์มากมาย

ในอีกมุมหนึ่ง ผู้ที่กล้ารับการเสี่ยงอย่าง “บ้าระห่ำ” ดังเช่นว่าผู้ที่เล่นหุ้นวันต่อวันเองก็ไม่ใช่นิสัยของคนมั่งมี คนมั่งคั่งนั้นจำเป็นต้องรับการเสี่ยงเฉพาะที่มีการพินิจให้ละเอียดแล้ว

5. คนร่ำรวยศึกษารวมทั้งเติบโตทั้งชีวิต คนชั้นกึ่งกลางรู้สึกว่าการศึกษาจบที่สถานที่เรียน
นิสัยการเล่าเรียนไปเรื่อยนี้ ผมรู้สึกว่าเป็นหัวใจคนมั่งมีจริงๆด้วยเหตุว่าในความรู้สึกของผมเอง การศึกษาจากสถานที่เรียนเป็นเพียงแค่รากฐานที่พวกเราเอามาศึกษาต่อด้วยตัวเองได้ รวมทั้งเวลาภายหลังการศึกษาเล่าเรียนในสถานที่เรียนนั้นยาวมากมายเป็นหลายสิบปี ด้วยเหตุผลดังกล่าว วิชาความรู้จำนวนมากจำเป็นต้องที่จะเกิดขึ้นภายหลังที่พวกเราจบจากสถานศึกษา

โดยนัยของข้อนี้ คนร่ำรวยก็เลยคงจะมีนิสัยรักการอ่านหรือการหาความรู้ถัดไปเรื่อยในระหว่างที่คนชั้นกึ่งกลางนั้น พอเพียงจบก็ชอบไม่สนใจอ่านหนังสือหรือกล่าวโทษทราบใหม่ๆแล้วก็วิชาความรู้ที่ผมมีความรู้สึกว่าคนชั้นกึ่งกลางพลาดไปเนื่องจากไม่มีการสอนในสถานศึกษาก็คือ วิชาความรู้ด้านการเงินที่คนมั่งมีชอบศึกษาต่อเนื่องจากมองเห็นถึงจุดสำคัญรวมทั้งบางทีอาจส่งผลให้เกิดความมั่งคั่งได้

6. คนร่ำรวยดำเนินการเพื่อหากำไร คนชั้นกึ่งกลางดำเนินงานเพื่อจะได้ค่าตอบแทน

คนมั่งคั่งคิดว่านี่เป็นแนวทางที่จะทำให้มั่งคั่งได้มากกว่าแม้ว่าจะ