5 กลอุบายการจัดการด้านธุรกิจแบบ Netflix ที่คุณก็สามารถทำได้

สตาร์ตอัปที่ฟื้นคืนชีพจากธุรกิจเช่าดีวีดีอย่าง Netflix แปลงร่างเป็นแพลตฟอร์มสตรีมไม่งรายใหญ่ของโลกในระยะเวลาเพียงไม่นาน เพียงแค่ 3 ปีภายหลังหันมาเล่นบทบาทสตรีมไม่ง ก็ขยายสาขาไปกว่า 130 ประเทศ จนตราบเท่าแตะต้อง 190 ประเทศในเวลาเพียงแค่ 7 ปีแค่นั้น

แต่ว่าการที่ได้มายืนอยู่จุดนี้ก็ไม่ได้ง่ายสำหรับ Netflix คณะทำงานก็เคยจะต้องพบกับปัญหามากมายก่ายกองพันประการเหมือนกับธุรกิจอื่นๆไม่ว่าจะเป็นกฎเกณฑ์ของแต่ละประเทศที่แปลงเป็นข้อกำหนดสำหรับเพื่อการสร้างคอนเทนต์ หรือเรื่องปัญหาด้านภาษา ที่หากแม้ภาษาอังกฤษจะนับได้ว่าเป็นภาษาสากลก็ตาม แต่ว่าผู้ใช้งานโดยมากก็มิได้ชำนาญภาษาอังกฤษแล้วก็ยังเคยชินกับการใช้ภาษาเดิมของตนเอง

ที่สำคัญเป็น จะทำเช่นไรให้คนชำระเงินเพื่อเข้ามาใช้แพลตฟอร์ม เพราะว่าลูกค้าในหลายๆภูมิภาคก็ยังเคยชินกับการเสพรายละเอียดฟรีอยู่ น้อยเกินไปแค่นั้น แถมยังจะต้องจัดการคู่ปรปักษ์อีกหลายรายที่เป็นเจ้าถิ่นประจำอยู่ก่อนแล้วอีก ดังเช่น ผู้ให้บริการเขตแดนในประเทศฝรั่งเศสหรือประเทศอินเดียที่พรีเซนเทชั่นคอนเทนต์เป็นภาษาถิ่น ก็ทำให้ Netflix ยากที่จะแข่ง หรือในบางประเทศอย่างเยอรมนี ก็มีคู่ปรปักษ์หลักอย่าง Amazon Prime ครอบครองตลาดอยู่แล้ว ฯลฯ

จนกว่าในวันนี้ที่จำนวนผู้ใช้งานของ Netflix พุ่งแซงสตรีมไม่งเจ้าอื่นๆประเภทที่เรียกว่าถ้าหากเอาจำนวนของทุกเจ้ามารวมกันแล้วเทียบเคียง ก็ยังขาดลอย เบื้องหน้าเบื้องหลังการบรรลุผลนี้ก็คือ การรู้จักใช้แผนการ “Localization” หรือปรับแบรนด์ให้กับเขตแดนในแต่ละที่ กระทั่งสามารถผูกจิตใจผู้ชมกว่า 200 กว่าล้านคนทั่วทั้งโลกไว้ได้อยู่มือ

1. ค่อยๆเป็น ค่อยๆไป เลือกตลาดที่เคยชินก่อน
ตลาด 190 ประเทศมิได้เกิดขึ้นครั้งเดียวกัน ในปี 2010 Netflix เลือกที่จะฝ่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างแคนาดาก่อนเป็นขั้นแรก เพราะเหตุว่าตรงนั้นมีความใกล้เคียงกันอีกทั้งในเรื่องภูมิศาสตร์ที่มีชายแดนชิดกัน ทำให้อะไรหลายๆอย่างคล้ายกันในทางของการรับทราบ หรือแม้กระทั้งรสนิยม ซึ่งทำให้ง่ายสำหรับธุรกิจที่พึ่งจะเริ่มขยายไปตลาดต่างชาติในทีแรกๆ

ภายหลังการศึกษาเพียงแค่ครั้งเดียว ในเวลาถัดมา Netflix ก็ขยายพื้นที่ครอบคลุมเพิ่มเป็น 50 ประเทศ โดยยังอยู่บนฐานรากของความคล้ายคลึง ดังเช่น ภาษา ลักษณะคนภายในประเทศ กำลังซื้อ (ด้วยเหตุว่าจำเป็นต้องชำระเงินสมัครสมาชิก) และก็ที่สำคัญเป็นอินเทอร์เน็ตที่จำต้องแรงทั่วถึง กล่าวได้ว่าเลือกประเทศที่มีสมรรถนะรองรับแพลตฟอร์มของ Netflix ได้ก่อนนั่นเอง เมื่อชำนาญรวมทั้งหนักแน่นมากพอแล้ว ก็เลยทยอยบุกที่อื่นๆถัดไป

2. เสนอขายแต่ละตลาดให้ถูกจุด
แน่ๆว่าการจะเข้าถึงลูกค้าได้ทั้งโลก ย่อมไม่อาจจะใช้ชุดข้อมูลเหมือนกันได้ เนื่องจากว่าแต่ละที่ต่างก็มีภาษา รวมทั้งวัฒนธรรมเป็นของตนเองทั้งหมด Netflix ก็เลยจะต้องทำการบ้านอย่างมากเพื่อเข้าถึงผู้ใช้งานได้ทุกชาติ

แทนที่จะส่งออกคอนเทนต์จากสหรัฐฯสิ่งเดียว Netflix กลับเลือกใช้แนวทางซื้อลิขสิทธิ์ออริจินัลคอนเทนต์ของประเทศนั้นๆแทน อีกทั้งสร้างรายการเขตแดนโดยอิงจากความชื่นชอบของผู้ชมในพื้นที่นั้น ซึ่งโน่นก็รวมทั้งการแปลภาษาให้เชื่อมกับการรับทราบของคนภายในแต่ละพื้นที่ด้วย อย่างการตั้งชื่อซีรีส์ในภาษาต่างๆก็มิได้แปลแปลออกมาตรงเผง ดังเช่น Le Casa de Papel ออริจินัลซีรีส์จากประเทศสเปน ที่เมื่อแปลเป็นภาษาอังกฤษก็เปลี่ยนเป็น Money Heist แทนที่จะเป็น The house of paper หรือการปรับมาใช้ชื่อ คนเลวคนชิงทรัพย์โลก ในภาษาไทย

ยิ่งไปกว่านี้ กระบวนการทำดูดซึมไตเติลแล้วก็บรรยายเสียงโดยการใช้ผู้ชำนาญด้านภาษาศาสตร์ตามแคว้นต่างๆมาช่วย เพื่อผู้ชมได้รสของการรับดูที่รู้จัก ตามที่พวกเราจะมองเห็นศัพท์ได้รับความนิยมติดเทรนด์ในตอนนั้นแทรกสอดอยู่ในบทสนทนาหรือซึมซับไตเติล ที่ถ้าหากไม่ใช่คนภายในประเทศนั้นๆก็ยากจะเข้าดวงใจได้ ซึ่งโน่นบางทีอาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ Squid Game ที่แม้ว่าจะถ่ายทำเป็นภาษาประเทศเกาหลี แต่ว่าก็ได้รับความนิยม แล้วก็ชนะใจผู้ชมไปแทบทั้งโลก
3. มอบประสบการณ์สุดเยี่ยมให้เหมาะสมกับทุกพื้นที่
จุดหมายของ Netflix เป็นการปรับตัวให้กับทุกภูมิภาค ก็เลยอุตสาหะใส่ใจกับการแปลสิ่งของที่มีความจำเป็นพื้นฐานก่อนเป็นลำดับแรก ไม่ว่าจะเป็นชื่อสินค้า หรือคู่มือแนะนำการใช้งาน เพื่อลูกค้าที่กล่าวหรือรู้เรื่องภาษาอื่นได้รับ “ประสบการณ์” การใช้แรงงานที่ดีเท่ากันกับบรรดาผู้ใช้ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก

การที่ Netflix ทุ่มเงินปริมาณเป็นอันมากสำหรับเพื่อการสร้างออริจินัลซีรีส์ของตนก็เป็นอีกประเด็น ด้วยเหตุว่าแน่ๆว่าพวกเขาตั้งอกตั้งใจให้คนทุกแห่งทั่วทั้งโลกมองได้ และก็บริษัทก็เลือกที่จะใช้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในภาษาต่างๆมาปฏิบัติภารกิจนี้ แทนที่จะใช้เลือกใช้โปรแกรมการแปลเป็นภาษาต่างๆอัตโนมัติ และยังมีการทำการตลาดที่ประดิษฐ์รวมทั้งกับบริบทของแต่ละเขตแดน อาทิเช่น การผลิตแบบอย่างหนังแล้วก็ซีรีส์ในเวอร์ชันต่างๆเพื่อแน่ใจว่าผู้ชมทุกชาติต่างได้รับประสบการณ์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยไม่มีผู้ใดรู้สึกด้อยกว่านั่นเอง