คิดอย่างไรกับบทความ ว่าบรรณรักษาตายแล้ว

เคยมีรายงานตรวจสอบความประพฤติปฏิบัติการอ่านหนังสือโดยสสช.เมื่อปี 2546 พบว่า คนประเทศไทยอ่านหนังสือโดยเฉลี่ยปีละ บรรทัด

เปลี่ยนเป็นข้อมูลอ้างอิงที่ถูกถือมากมายบอกกันน้ำหูน้ำตาเล็ด

อีก ปีถัดมา 2551 ผลที่เกิดขึ้นจากการสำรวจสำนักเดิมอีกพบว่า แนวโน้มคนประเทศไทยอ่านหนังสือมากขึ้นเป็น 39 นาทีต่อวัน

กระทั่งปัจจุบัน จุฬาลงมือณ์มหาวิทยาลัยตรวจสอบพบว่าคนประเทศไทยอ่านหนังสือนานถึง 94 นาทีต่อวัน พอๆกับว่าเวลาผ่านไปไม่ถึง 10 ปี ชาวไทยมีนิสัยรักการอ่านมากเพิ่มขึ้น หรือเปล่าหนทางการเข้าถึงหนังสือของคนประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆ

แน่ๆว่า อินเทอร์เน็ตเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นความประพฤติปฏิบัติการอ่านของคนทั้งโลก

การอ่านหนังสือ แล้วก็การศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยเอกสารของเด็กนักเรียนนิสิตมิได้จำกัดตัวอยู่ข้างในห้องสมุดอย่าง เดียวแล้ว ภาพของนิสิตยืนอยู่หน้าตู้ดรรชนี ดึงลิ้นชักออกมาค้นหารายนามหนังสือ แทบไม่ปรากฏให้มองเห็นอีกแล้ว พวกเขาไม่ได้อยากต้องการความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการจัดระบบห้องหนังสือแบบดิวอี้ รวมทั้งสภานิติบัญญัติอเมริกัน อีกต่อไป

เมฆา ลิขิตบุญฤทธิ์ นักปรับปรุงระบบห้องหนังสือ จากแผนการศูนย์วิชาความรู้กินได้ ที่ทำการบริหารรวมทั้งปรับปรุงองค์วิชาความรู้ (OKMD) สารภาพว่า แนวทางการค้นหาแบบใหม่ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตทำให้การค้นหาแบบเดิมถูกตัดออก หอสมุดควรต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อล้ำสมัย บรรณารักษ์จะต้องเป็นได้มากกว่าคนเฝ้าหอสมุด

ก่อนหน้าที่ผ่านมาถึงแม้หอสมุด จะแปลงผ่านสู่สมัยของเทคโนโลยีโดยแปลงหนังสืออีกทั้งเล่มให้อยู่ในรูปของอี บุ๊ค จัดเก็บในฐานข้อมูลดิจิทัลเพื่อความสบายสำหรับในการค้นหา แม้กระนั้นเขากลับคิดว่า โน่นไม่ใช่วิถีทางที่จะเกื้อหนุนให้ผู้อ่านหนังสือมากขึ้นเรื่อยๆ ช่วงเวลาเดียวกันสิ่งที่เขาดูเป็นการผลิตรายละเอียดที่น่าดึงดูดในรูปของบทความ นอกจากข่าว หรรษา ที่ปรากฏอยู่บนโลกออนไลน์ในทุกวันนี้

เหตุผล ดังที่กล่าวถึงมาแล้วสนับสนุนให้บรรณารักษ์ วัย 28 ปี เริ่มแนวความคิดการผลิตชุมชนบรรณารักษ์ออนไลน์ขึ้นในตอน ปีให้หลัง เพื่อถ้าเกิดลุ่มผู้ที่มีแนวคิดเดียวกัน สร้างเป็นโครงข่าย ส่งเสริมให้กำเนิด libraryhub.in.th ศูนย์กลางข้อมูลสำหรับบรรณารักษ์โดยยิ่งไปกว่านั้น

?แนวความคิด นี้เกิดจากความพอใจส่วนตัวที่หลงไหลในเสน่ห์ของหอสมุด กระทั่งตกลงใจศึกษาต่อเพื่อเป็นบรรณารักษ์ ในตอนที่บุคคลอื่นบางทีอาจเลือกเรียนในสายวิศวะ หมอ ที่ดูดีมากยิ่งกว่าเขากล่าว

libraryhub ที่เริ่มโดยมีเป้าหมายแลกประสบการณ์ รวมทั้งเก็บรายละเอียดที่เกี่ยวเนื่องกับวิชาชีพนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนนี้เว็บได้รับการยินยอมรับให้เป็นประตูของฝูงคนที่เรียกตัวเองว่า นักปรับปรุงห้องหนังสือ ในสมัย 2.0

?ทุกๆวันนี้ห้องหนังสือแทบทุกที่เริ่ม เอานำสื่อออนไลน์เข้ามาใช้ ตัวอย่างเช่น เฟซบุ๊ค แฟนเพจ เข้ามาใช้ บรรณารักษ์ในโลกสมัยใหม่ซึ่งสามารถปฏิบัติภารกิจเป็นคนป้อนวิชาความรู้ให้กับนักอ่าน ได้เลย โดยไม่ต้องแออัดยัดเยียด ไม่เหมือนกับแนวความคิดของบรรณารักษ์รุ่นก่อนที่ใครกันแน่จะเข้ามาใช้ห้องหนังสือจำเป็นต้องมาค้นหา ข้อมูลเองเขาชี้แจง

เมฆา เล่าว่า หอสมุดในบ้านกับต่างถิ่นต่างกันมากมาย ยกตัวอย่าง สหรัฐ อาชีพบรรณารักษ์โดยมากมาจากสายเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งยังมีความชำนาญเฉพาะทางอย่างเช่น ชีวะ ธุรกิจ หมอ ซึ่งปัญหาของบรรณารักษ์เป็นจะทำเช่นไรให้คนห้องหนังสือ รวมทั้งอ่านหนังสือมากเพิ่มขึ้น

คราวหนึ่ง เมฆา เคยแก้ปัญหาที่ว่าจะทำเช่นไรให้เด็กช่างกลเข้าห้องหนังสือ เขาคิดหาแนวทางทุกเมื่อเชื่อวันทั้งๆที่ใช้แล้วเห็นผลและไม่สำเร็จ ตั้งแต่หลอกโดยขั้นตอนการติดสกอร์บอล ไว้ข้างกระดานหางานพิเศษ แสดงถึงคุณลักษณะของผู้ที่ปรารถนา ซึ่งเขาเห็นว่าบรรณารักษ์สามารถชี้แนะหนังสือที่เกี่ยวเพื่อเด็กที่ไม่ เคยพึงพอใจอ่านหนังสือเลยได้ทดลองอ่านมอง

แม้ว่าจะขาดทักษะด้านงานด้านการเขียนมา ก่อน แม้กระนั้นด้วยสไตล์วาดแบบเล่า ช่วยติดต่อสื่อสารให้คนเข้าใจกันอยู่กว่าเขียนเป็นทางการแต่ว่าไม่มีผู้ใดอ่านเลย ภายหลังเขียนไปสักระยะหนึ่งเริ่มมีการส่งต่อรายละเอียด คอมเม้นท์ และก็สร้างเป็นกรุ๊ปสังคมออนไลน์ ด้วยฐานสมาชิกราว 700 คน กำเนิดเป็นคอมมูนิตี้ ห้องหนังสือที่ไม่เคยมีผู้ใดทำมาก่อน

กระทั่งเครือ ข่ายเริ่มขยายตัว กำเนิดเป็นไลเบอร์มันแมกาซีนออนไลน์ ไลเบอร์มันออนไลน์ดอทคอม ไลเบอร์มันโทรทัศน์ ขณะที่ตัวเขาเองรับหน้าที่เดินสายนำเสนอรวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้ห้องหนังสือหลาย ที่ คิดโครงงานใช้ประโยชน์จากสื่อสังคมออนไลน์ อย่างเช่น รณรงค์ให้คนอ่านแบ่งบันหนังสือ โดยใส่แท็กในแฟซบุ๊ค รวมทั้งจัดลิมแคปม์ เปิดเวทีการประชุมเฉพาะกรุ๊ปสำหรับบรรณารักษ์ในสมัยดิจิทัล

เขาเห็นว่า งานหอสมุดยังมีอีกหลายเรื่องที่จะต้องทำ ดังเช่นการจัดการระบบห้องหนังสือที่มีอยู่ขจัดขจายทั่วกรุงเทวดาให้อยู่บนฐาน ข้อมูลเดียวกัน โดยยึดตัวอย่างจากหอสมุดในประเทศประเทศสิงคโปร์ที่มีหน่วยงานกึ่งกลางเข้ามาดูแลจัดแจง ในเรื่องหนังสือ ฐานข้อมูล ทำให้หอสมุดขนาดเล็กปฏิบัติภารกิจให้บริการเพียงอย่างเดียว

ระหว่างที่ ห้องหนังสือในเครือข่ายของหอสมุดกรุงเทวดา ซึ่งมีอยู่โดยประมาณ 20 ที่ ดำเนินการแบ่งย่อยกัน ซึ่งถ้าเกิดมีการดำเนินการเป็นภาพรวมก็จะก่อให้มองเห็นสถิติการอ่านของคนเมืองกรุงเทวดา ซึ่งมาจากข้อมูลที่มีตัวชี้วัดที่แน่ๆ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงหนังสือในหอสมุดระดับจังหวัดให้มีรายละเอียดตรวจกับความ อยากของแคว้น

เขาเห็นว่า การผลิตห้องสมุคในสมัยใหม่จะต้องเริ่มจากการสำรวจสิ่งที่ต้องการของคนภายใน พื้นที่ ตรวจสอบว่าเขตแดนมุ่งไปทางไหนได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็น ทำการเกษตร หัตถกรรม หรือการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เพื่อกำเนิดคุณประโยชน์กับคนอ่านที่จริงจริง

ห้องหนังสือจะนั่งอยู่เฉยให้คนมาบอกว่าไม่ปรับปรุง จะยอมแพ้ หรือจำต้องสู้เพื่อการพัฒนาเขาตั้งปัญหาไปยังรณารักษาทั้งหมดทั้งสิ้น